หลักการตั้งชื่อ

ชื่อคือสิ่งที่ใช้แทนตัวของทุกคน

ชื่อคือสิ่งแรกสุดในชีวิตที่คุณเป็นเจ้าของหลังจากที่คุณลืมตาดูโลกแห่งนี้เป็นครั้งแรก ความเชื่อเรื่องชื่อที่ถูกโฉลกกับวันเกิดจึงอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน

เปลี่ยนชื่อแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือ?

ชื่อเป็นสิ่งที่ใช้แทนตัวของทุกคน และชื่อคือสิ่งแรกสุดในชีวิตที่คุณเป็นเจ้าของหลังจากที่คุณลืมตาดูโลกแห่งนี้เป็นครั้งแรกความเชื่อที่ว่าถ้าคุณตั้งชื่อที่ไม่ถูกโฉลกกับวันที่คุณเกิดแล้วนั้นจะส่งผลให้ชีวิตของคุณไม่เจริญก้าวหน้า หรืออาจจะถึงขั้นตกต่ำเลยก็ได้ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในบางครั้งหลังจากที่เด็กคลอดออกมาได้ไม่นานผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่หรือญาติพี่น้องคนใดก็ตามมักจะไปหาผู้ที่ตัวเองคิดว่าเป็นคนที่จะคัดสรรชื่อที่เป็นมงคลให้แก่เด็กคนที่เพิ่งเกิดได้ ความเชื่อดังกล่าวนี้เป็นความเชื่อดั้งเดิมของคนไทยที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

การตั้งชื่อที่ดีนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเจ้าของชื่อแล้วนั้นยังเป็นเหมือนการสร้างกำลังใจให้แก่เจ้าของชื่อด้วยอีกทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรามองกลับไปในมุมของวิทยาศาสตร์แล้วนั้นจะเห็นได้ว่าชื่อไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเจ้าของชื่อได้เลยนอกเสียจากใช้เป็นสิ่งเรียกขานแทนบุคคลนั้นๆ เท่านั้นแต่ทำไมเราถึงคิดกันว่าการที่เราไม่เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือในชีวิตนั้น เกิดจากการมีชื่อที่ไม่ถูกโฉลกกับตัวเราเอง ทั้งๆที่บางครั้งถ้าเราปรับปรุงการดำเนินชีวิตหรือปรับปรุงนิสัยที่ไม่ดีของเราบางอย่างให้ดีขึ้นก็น่าจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นมากกว่าการเปลี่ยนชื่อก็เป็นได้ มันเป็นไปได้ หรือ ถ้าตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาของคุณไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เลยในชีวิต แล้วพอเปลี่ยนชื่อใหม่กลับทำให้ชีวิตคุณเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อทั้งๆ ที่คุณก็ยังคงดำเนินชีวิตของคุณเหมือนที่ผ่านๆมาในอดีต?

ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อ

พระราชบัญญัติพุทธศักราช 2505: บุคคลสัญชาติไทย ต้องมีชื่อตัวและชื่อสกุล หรือมีชื่อรองด้วยก็ได้ โดยไม่พ้องกับพระปรมาภิไธย หรือ พระราชทินนาม และ ไม่มีความหมายหยาบคาย โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ยืนคำขอ (สำเนาทะเบียนบ้าน และ บัตรประชาชน) ต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (แบบ ช.1)
  2. นายทะเบียนออกหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อ (แบบ ช. 3) ให้เป็นหลักฐาน
  3. กรณีบุคคลต่างด้าวต้องยื่น ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว พร้อมค่าธรรมเนียม 25 บาท
  4. หนังสือสำคัญสามารถนำไปแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และ หลักฐานอื่นๆ ได้ คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อสกุล (นามสกุล)

หลักเกณฑ์

  1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี
  2. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่เป็นราชทินนามของตน ของบุพการี หรือผู้สืบสันดาน
  3. ต้องไม่ซ้ำกับชื่อสกุลพระราชทานของพระมหากษัตริย์ หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
  4. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
  5. มีพยัญชนะไม่เกิน 10 พยัญชนะ เว้นแต่กรณีเป็นราชทินนาม
  6. ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานชื่อสกุล ห้ามใช้คำว่า " ณ " นำหน้าชื่อสกุล
  7. ห้ามเอานามพระมหานคร และศัพท์ที่ใช้เป็นพระปรมาภิไธยมาใช้เป็นชื่อสกุล

เอกสารประกอบการดำเนินการ

  1. สำเนาทะเบียนบ้าน
  2. บัตรประจำตัวประชาชน
  3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (กรณีบุคคลต่างด้าว)

ขั้นตอนการติดต่อ

  • ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • นายทะเบียนท้องที่ตรวจสอบคำขอและชื่อสกุลที่ขอเปลี่ยนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กรณีบุคคลต่างด้าว
  • นายทะเบียนท้องที่พิจารณาออกหนังสือรับรองการขอจดทะเบียนชื่อสกุลของคนต่างด้าวให้เพื่อประกอบหลักฐานการขอแปลงสัญชาติ หรือคืนสัญชาติเป็นไทย
  • นายทะเบียนท้องที่ส่งเรื่องราวการขอจดทะเบียนชื่อสกุลไปตามลำดับจนถึงนายทะเบียนกลาง
  • นายทะเบียนกลางพิจารณาแล้วแจ้งผลกลับไปจังหวัด เพื่อแจ้งนายทะเบียนท้องที่แจ้งให้ผู้ขอทราบ
  • กรณีที่นายทะเบียนกลางอนุมัติ นายทะเบียนท้องที่จะออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล (แบบ ช.2) ให้เป็นหลักฐานและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 50 บาท
  • เมื่อได้รับหนังสือสำคัญแล้ว ให้ผู้ขอนำหนังสือสำคัญดังกล่าวไปขอแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน และ หลักฐานอื่น ๆ ให้ถูกต้อง และขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน