อยากดูดวงฟรีๆ มาที่นี่ มหาหมอดูดอทคอม

ขณะนี้มีคน Online พร้อมกับคุณอยู่  235 คน ::: 

 
  พระอาจารย์ผมเอง
  พจนานุกรม ไทย<>บาลี
  ท่องขุมนรก
  ภาพอศุภะ เพื่อปลงสังขาร 
  ธรรมโซน dhama zone
  พ่อ-แม่บุพการีที่ยากจะทดแทน

  ภาพปริศนาธรรม
  กระดานสนทนาธรรม
  สารพัดคาถาอาคม (ศักดิ์สิทธิ์)
  ดาวน์โหลดธรรมะ
  พุทธประวัติ (ภาพสวยงาม)
 
  เว็บชาวพุทธยุคใหม่
  พลังจิต เว็บทางจิต
  ชีวิตสดใสด้วยธรรมะ
  ศากยบุตร
  คาถาธรรมบท (พุทธพจน์)
  พระไทยดอทเน็ต
  พระอาจารย์ต่างๆ
  วัดเกาะ
  แม่กองธรรมสนามหลวง
  ห้องสมุดธรรมะ
  สุตตันตปิฎก
  อภิธรรมปิฎก
  ลานธรรมเสวนา
  หอมรดกไทย
  สมาคมคนน่ารัก
  แจกซีดีธรรมะฟรี!
  ศาลาธรรม
  บ้านธรรมะ
  น่ากลัวมากๆ น่ากลัวอย่า!คลิก
  สำนักงานพุทธศาสนาฯ
  ศูนย์พิทักษ์พระพุทธฯ
  มจร. หนองคาย (มหาจุฬาฯ)
  ศึกษาภาษาบาลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
   

(ธรรมบท พุทธพจน์ 3 ภาษา คือ บาลี ไทย อังฤกษ)
[คลิกที่นี่เพื่ออ่านพุทธพจน์ 3 ภาษา]
 
(พุทธพจน์ภาษาไทย)
 พุทธสุภาษิต จัดเรียงตามหมวด
หมวดที่

ว่าด้วยเรื่อง

หมวดที่
ว่าด้วยเรื่อง
หมวดที่
ว่าด้วยเรื่อง
1
ธรรมะเบื้องต้น
12
มิตร
23
ศรัทธา
2
บุคคล
13
คบหา
24
บุญ
3
การศึกษา
14
สร้างตัว
25
ความสุข
4
วาจา
15
การปกครอง
26
ธรรม
5
อดทน
16
สามัคคี
27
กรรม
6
ความเพียร
17
เกื้อกูลสังคม
28
กิเลส
7
ความโกรธ
18
พบสุข
29
บาป-เวร
8
การชนะ
19
ทาน
30
ทุกข์-พ้นทุกข์
9
ความประมาท
20
ศีล
31
ชีวิต-ความตาย
10
ความไม่ประมาท
21
จิต
32
พิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป
11
ตน-ฝึกตน
22
ปัญญา    

คลิกที่หัวข้อ "ว่าด้วยเรื่อง" ในหมวดนั้นๆ แล้วเลื่อนเมาส์ (สกรอลบาร์) ลงอ่านรายละเอียดด้านล่าง

พุทธสุภาษิต หมวดชีวิต-ความตาย มีทั้งหมด 121 บทดังนี้
    1. ผู้ที่เศร้าโศกถึงคนตาย ก็เหมือนเด็กร้องให้ เหมือนกับขอพระจันทร์ที่โคจรไปในอากาศ คนตายถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้ว่าญาติคร่ำครวญถึง เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศก เขาไปแล้วตามวิถีทางของเขา
    2. เมื่อเศร้าโศกไป ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง ร่างกายจะผ่ายผอม ผิดพรรณจะซูบซีดหม่นหมอง ส่วนผู้ที่ตายไปแล้ว ก็จะเอาความโศกเศร้านั้นของเรา ไปช่วยอะไรตัวเขาไม่ได้ ความร่ำไรรำพัน ย่อมไร้ประโยชน์
    3. กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยล่อมละลำดับไป ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้
    4. จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางมหาสมุทร เข้าไปสู่หลืบเขา ก็ไม่พ้นจากมฤตยูได้ ประเทศคือดินแดนที่มฤตยูจะไม่รุกรานผู้อยู่ ไม่มี
    5. วันคืนล่วงไปเท่าไรชีวิตก็พร่องลงไปเท่านั้น เวลาแห่งความตายรุกไล่เข้าไปทุกอิริยาบท ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาทเวลา
    6. เมื่อวัยเสื่อมสิ้นไปอย่างนี้ ความพลัดพรากจากกัน ก็ต้องมีโดยไม่ต้องสงสัย หมู่สัตว์ที่ยังเหลืออยู่ ควรเมตตา เอื้อเอ็นดูกัน ไม่ควรจะมัวเศร้าโศกถึงผู้ที่ตายไปแล้
    7. ดูซิ.. ถึงคนอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมตัว เดินทางไปตามยถากรรม ที่นี่สัตว์ทั้งหลายเผชิญกับอำนาจ ของพญามัจจุราชเข้าแล้ว กำลังดิ้นรนกันอยู่ทั้งนั้น
    8. เพราะฉะนั้น สาธุชน สดับคำสอน ของท่านผู้ไกลกิเลสแล้ว พึงกำจัดความร่ำไรรำพันเสีย เห็นคนล่วงลับจากไป ก็ทำใจให้ได้ว่า ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะขอให้เป็นอยู่อีกย่อมไม่ได้
    9. ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด, สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
    10. ถ้าจะเศร้าโศกถึงคนที่ตายไปแล้ว ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเองด้วย ที่ตกอยู่ในอำนาจของความตายตลอดเวลา
    11. อายุของคนน้อยนัก คนดีไม่ควรลืมอายุ ควรระลึกถึงอายุดุจคนถูกไฟไหม้ศรีษะ เพราะการที่ความตายจะไม่มาถึงนั้น ไม่มีเลย
    12. ผลไม้สุกแล้ว ก็หวั่นแต่ละต้องร่วงหล่นไปตลอดเวลา ฉันใด สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็หวั่นแต่จะตายอยู่ตลอดเวลา ฉันนั้น
    13. ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนเดินหน้าไปหาความตายทั้งหมด
    14. แม่น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่เวียนกลับมาสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น
    15. ถ้าบุคคลจะเศร้าโศกถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่แก่ตน (เช่นผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นต้น) ไซร้ ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเอง ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพญามัจจุราชตลอดเวลา
    16. ตอนเช้ายังเห็นกันอยู่มากคน พอตกเห็นบางคนก็ไม่เห็น เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคน ตกถึงเช้า บางคนก็ไม่เห็น
    17. คนที่สละความเศร้าโศกไม่ได้ มัวทอดถอนถึงคนที่จากไปแล้ว ตกอยู่ในอำนาจของความโศก ย่อมประสบความทุกข์หนักยิ่งขึ้น
    18. จะตายก็ไปคนเดียว จะเกิดก็มาคนเดียว ความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลาย ก็เพียงแค่ได้มาพบปะเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง
    19. คนที่รักใคร่ ตายจากไปแล้ว ย่อมไม่ได้พบเห็นอีกเหมือนคนตื่นขึ้นไม่ได้เห็นสิ่งที่ได้พบในฝัน
    20. การร้องให้หรือโศกเศร้า จะช่วยให้จิตใจสงบ สบาย ก็หาไม่ ทุกข์ยิ่งเกิดเพิ่มพูนทับทวี ทั้งร่ายกายก็พลอยทรุดโทรม
    21. ข้าพเจ้าไม่มีความชั่ว ซึ่งทไว้ ณ ที่ไหน ๆ เลย ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นเกรงความตายที่จะมาถึง
    22. เมื่อถูกพญามัจจุราชครอบงำ ไม่ว่าบุตร ไม่ว่าบิดา ไม่ว่าญาติพวกพ้อง มีไว้ก็ช่วยต้านทานไม่ได้ จะหาที่ปกป้องในหมู่ญาติ เป็นอันไม่มี
    23. การร้องให้ ความโศกเศร้า หรื การคร่ำครวญร่ำไรใด ๆ ย่อมไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ตายแล้วก็คงอยู่อย่างเดิมนั้นเอง
    24. ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโคไปสู่ที่หากินด้วยพลอง ฉันใด, ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปเช่นกัน ฉันนั้น
    25. ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด, ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น
    26. ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมี เพราะต้องตายแน่นอน เหมือนภัยของผลไม่สุก ย่อมมี เพราะต้องหล่นในเวลาเช้าฉะนั้น
    27. ความตายย่อมครอบงำคนเก็บดอกไม้ (กามคุณ) ที่มีใจข้องในอารมณ์ต่าง ๆ ไม่อิ่มในกาม ไว้ในอำนาจ
    28. ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
    29. อายุของมนุษย์มีน้อย คนดีพึงดูถูกอายุนั้นเสีย พึงประพฤติดุจคนมีศรีษะถูกไฟใหม้ มฤตยู (ความตาย) จะไม่มาถึง ย่อมไม่มี
    30. ชนเหล่าใดกำหนดรู้รูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในอรูปธาตุ ย่อมหลุดพ้นไปได้ในในโรธธาตุ, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้ละมัจจุได้
    31. วันคืนย่อมล่วงไป ชีวิตย่อมหมดเข้าไป อายุของสัตว์ ย่อมสิ่นไป เหมือนน้ำแห่งแม่น้ำน้อย ๆ ฉะนั้น
    32. ชีวิตนี้น้อยนัก ไม่ถึงร้อยปีก็ตายกันแล้ว ถ้าจะอยู่เกินไป ก็ต้องตายเพราะความแก่
    33. ชีวิตนี้เป็นสิ่งคับข้อง เป็นสิ่งเล็กน้อย ประกอบด้วยทุกข์ ใครเล่ายังจะอาศัยชีวิตนี้ ไปสร้างเวรกับผู้อื่น
    34. น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของคน ก็ย่อมไม่เวียนไปสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น
    35. อายุของคนนี้น้อยนัก จะต้องจากโลกนี้ไป จึงควรทำกุศล และประพฤติพรหมจรรย์
    36. กาลเวลาล่วงไป วันคืนผ่านพ้นไป วัยก็หมดไปที่ละตอน ๆ ตามลำดับ
    37. เมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณะสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวนกลับ งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิต
    38. ร่างกายนี้ ไม่นานนัก เมื่อวิญญาณจากไปแล้ว หมู่ญาติก็เกลียดกลัว เอาไปทิ้งในป่าช้าเหมือนท่อนไม้
    39. เพราะฉะนั้น ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ทุกคนควรกระทำกิจหน้าที่ และไม่พึงประมาท
    40. สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ย่อมกลัวโทษและกลัวความตาย จงทำตนเป็นอุปมา แล้วไม่พึงฆ่าหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
    41. อายุสังขาร ใช่จะประมาทไปตามสัตว์ผู้ยืน นั่ง นอน หรือ เดินอยู่ก็หาไม่
    42. รูปกายของสัตว์ย่อมร่วงโรยไป แต่ชื่อและโครตไม่เสื่อมสลาย
    43. ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
    44. ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด
    45. วันคืนล่วงไป ชีวิตของคนก็พร่องลงไป จากประโยชน์ที่จะทำ
    46. เมื่อมาเกิด ก็ไม่มีใครอ้อนวอนมาเกิด เมื่อตายจากโลกนี้ ก็ไม่มีใครอนุญาตให้ไป
    47. คนใดร้องให้บ่นเพ้อถึงคนที่ตายไปแล้ว แม้คนที่ร้อนนั้นก็ต้องตายเหมือนกัน
    48. กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ทั้งหลาย พร้อมกันไปกับตัวมันเอง
    49. ชีวิตของเราเป็นของน้อย ชราและพยาธิก็คอยย่ำยี
    50. แม้ชีวิตอยู่ร้อยปี ก็ไม่พ้นความตายไปได้ มวลมนุษย์ล้วนมีความตายรออยู่ข้างหน้า
    51. คนจะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพียงร้อยปี หรือจะเกินก็เพียงเล็กน้อย
    52. อายุย่อมหมดไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา
    53. วันคืนผ่านพ้นไป ชีวิตย่อมจะเหลือน้อยลง
    54. ผู้ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี
    55. ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวความตาย
    56. มฤตยู พยาธิ ชรา ทั้งสามนี้ดุจไฟลามลุกไหม้
    57. วันคืน ไม่ผ่านไปเปล่า
    58. สักวันหนึ่ง ก็จะพรากจากกันไป
    59. ทรัพย์สมบัติ ก็ซื้อความแก่ไม่ได้
    60. รวยก็ตาย จนก็ตาย
    61. ถึงคราวตาย บิดา ญาติพี่น้องก็ช่วยไม่ได้
    62. ถึงคราวตาย บุตรทั้งหลายก็ช่วยไม่ได้
    63. ตายเพื่อความถูกต้องประเสริฐกว่า
    64. เมื่อตาย ทรัพย์สักนิดเดียวจะติดตัวไปก็ไม่มี
    65. วัยย่อมเสื่อมลงเรื่อยไป ทุกหลักตา ทุกลืมตา
    66. ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว ไม่ต้องกลัวปรโลก
    67. สัตว์ทั้งปวง จัดทอดทิ้งร่างไว้ในโลก
    68. เงิน ก็ซื้ออายุให้ยืนยาวไม่ได้
    69. มีชีวิตอยู่อย่างไม่ถูกต้อง หาประเสริฐไม่
    70. สายเห็นกันอยู่ รุ่งเช้าอีกวันก็ตาย
    71. สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไป
    72. วันคืนเคลื่อนคล้อย อายุก็เหลือน้อยเข้าทุกที
    73. ความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด
    74. อายุของคนย่อมหมดสิ้นไป
    75. การตายโดยชอบธรรม ดีกว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่ชอบธรรม
    76. วัยสิ้นไปตามคืนและวัน
    77. คนทุกคนต้องตาย
    78. กี่วันผ่านไป ชีวิตก็ยิ่งใกล้ความตาย
    79. ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย
    80. เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ไม่มีผู้ป้องกัน
    81. สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น ถูกชราปิดล้อม
    82. ทั้งหนุ่มและแก่ ล้วนร่างกายแตกดับไปทุกคน
    83. ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนและไม่ควรประมาท
    84. สถานที่ที่ได้ชื่อว่าไม่มีคนตาย ไม่มีในโลก
    85. ไม่มีใครผัดเพี้ยนกับความตาย ซึ่งมีอำนาจมากได้
    86. ทุกชีวิตจะต้องทอดทิ้งร่ายกายไว้ในโลก
    87. ทุกชีวิตที่เกิดมาแล้วจะต้องแตกสลายในที่สุด
    88. เมื่อคนตายแล้วสมบัติสักนิดก็ไม่ติดไป
    89. เมื่อความตายมาถึงตัว ก็ไม่มีใครป้องกันได้
    90. โลกถูกความตายครอบเอาไว้
    91. ปราชญ์ทั้งหลาย บอกแล้วว่าชีวิตนี้น้อยนัก
    92. ที่ตายแล้วก็แล้วไป ไม่ควรเศร้าโศกถึง
    93. เห็นอยู่เมื่อเช้า สายก็ตาย
    94. ปราชญ์กล่าวว่าชีวิตนี้น้อยนัก
    95. คนที่ร้องให้ถึงคนตาย เขาก็จะต้องตายด้วย
    96. เมื่อคนจะตาย ยังแถมประกอบด้วยทุกข์อีก
    97. เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน
    98. เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ควรเกื้อกูลกัน
    99. ชีวิตสิ้นสุดลงที่ความตาย
    100. ชีวิตนี้คับแค้น และสั้นนิดเดียว
    101. จะเกิด ก็เกิดมาคนเดียว
    102. เจ็บ ก็เป็นทุกข์
    103. สัตว์โลก ถูกชราปิดล้อม
    104. จะวิ่งหนีก็ไม่ทัน (ความตายไม่มีใครหนีได้)
    105. สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น
    106. แก่ ก็เป็นทุกข์
    107. ตาย ก็เป็นทุกข์
    108. กาลเวลาล่วงไป ราตรีก็ผ่านไป
    109. จะตาย ก็ตายไปคนเดียว
    110. เกิด ก็เป็นทุกข์
    111. เมื่อมีชีวิต วัยแห่งชีวิตก็ร่นเข้ามา
    112. วันและคืนย่อมผ่านไป
    113. ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตนี้สั้นนัก
    114. คนถึงคราวตาย หมู่ญาติก็ช่วยไม่ได้
    115. สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนก้าวเดินไปสู่ความตาย
    116. คนโง่ก็ตาย คนฉลาดก็ตาย
    117. ถ้าอยู่เลยร้อยปี ก็ต้องตายเพราะความแก่เป็นแน่แท้
    118. ชีวิต ไม่ถึงร้อยปีก็จะตาย
    119. หนุ่มก็ตาย แก่ก็ตาย
    120. วัย หมดไปตามลำดับแห่งวัย
    121. ชีวิตนี้วิปริตผันแปร ไม่แน่นอน

 

ค้นพบหัวข้อธรรมทั้งหมด 183/183 หัวข้อธรรม
แสดงหัวข้อธรรมหน้าละ 20 หัวข้อธรรม ขณะนี้คุณอยู่หน้าที่ 1/10
|<หน้าแรก    <ก่อนหน้านี้    หน้าต่อไป>    หน้าสุดท้าย>|
หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

หมวด : คำนำ
หัวข้อที่ : 1 บทนำ

คำกลอน

หัวข้อธรรมประเภทนี้มีไว้สำหรับใช้เพ่ง
เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงแห่งข้อความนั้น
แล้วเพ่งต่อไปเพื่อให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาจริง ๆ
จนจิตใจเปลี่ยนไปตามข้อเท็จจริงนั้น
ในการที่จะทำให้เกิดความสลดสังเวชความไม่ประมาท
การเปลี่ยนนิสัยที่ไม่พึงปรารถนา
กวาดล้างความรู้สึกที่ทำความรำคาญต่าง ๆ ให้แก่ตน
ให้หมดไปจากจิตใจ
เพื่อให้เกิดความสะอาด ความสว่าง และความสงบ
โดยสมควรแก่การกระทำของตน ๆ

ความรู้ ความเข้าใจ ที่เกิดจากการเพ่งทำนองนี้จะถูกต้อง
และมีประโยชน์กว่าที่เกิดจากการอ่านตะพึด
และยังเป็นการปฏิบัติธรรมฐานภาวนาชนิดหนึ่งอยู่ในตัว

ทั้งสมาธิ และ ปัญญาในระดับที่คนทั่วไปจะพึงทำได้
และพร้อมกันนั้นก็เป็นศีลอยู่แล้ว
ในขณะที่มีการสังวรระวัง บังคับตัวเองให้ทำเช่นนั้น
ไม่มีโอกาสแก่การทุศีลแต่ประการใด
หมวด : บทนำ
หัวข้อที่ : 2 บทนำ

คำกลอน

คำประพันธ์ บทพระธรรม ไม่จำเพาะ
ว่าจะต้อง, ไพเราะ เพราะอักษร
หรือ สัมผัส ช้อยชด แห่งบทกลอน
ที่อรชร ฯ เชิงกวี ตามนิยมฯ

ขอแต่เพียง ให้อรรถ แห่งธรรมะ
ได้แจ่มจะ ถนัดเห็น เป็นปฐม
แล้วได้รส แห่งพระธรรม ด่ำอารมณ์
ที่อาจบ่ม เบิกใจ ให้เจริญ ฯ

ให้นิสัย เปลี่ยนใหม่ จากก่อนเก่า
ไม่ซึมเศร้า สุขสง่า น่าสรรเสริญ
เป็นจิตกล้า สามารถ ไม่ขาดเกิน
ขอชวนเชิญ ชมธรรมรส งดกวี ฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 3 การงานคือการปฏิบัติธรรม

คำกลอน

หัวข้อธรรมประเภทนี้มีไว้สำหรับใช้เพ่ง
เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงแห่งข้อความนั้น
แล้วเพ่งต่อไปเพื่อให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาจริง ๆ
จนจิตใจเปลี่ยนไปตามข้อเท็จจริงนั้น
ในการที่จะทำให้เกิดความสลดสังเวชความไม่ประมาท
การเปลี่ยนนิสัยที่ไม่พึงปรารถนา
กวาดล้างความรู้สึกที่ทำความรำคาญต่าง ๆ ให้แก่ตน
ให้หมดไปจากจิตใจ
เพื่อให้เกิดความสะอาด ความสว่าง และความสงบ
โดยสมควรแก่การกระทำของตน ๆ

ความรู้ ความเข้าใจ ที่เกิดจากการเพ่งทำนองนี้จะถูกต้อง
และมีประโยชน์กว่าที่เกิดจากการอ่านตะพึด
และยังเป็นการปฏิบัติธรรมฐานภาวนาชนิดหนึ่งอยู่ในตัว

ทั้งสมาธิ และ ปัญญาในระดับที่คนทั่วไปจะพึงทำได้
และพร้อมกันนั้นก็เป็นศีลอยู่แล้ว
ในขณะที่มีการสังวรระวัง บังคับตัวเองให้ทำเช่นนั้น
ไม่มีโอกาสแก่การทุศีลแต่ประการใด
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 4 การงานเป็นสิ่งที่น่ารัก

คำกลอน

อันที่จริง การงาน นั้นน่ารัก
เมื่อยังไม่ รู้จัก ก็อางขนาง (คือไม่ชอบ)
ไม่รู้จัก ก็ปล่อยปละ แล้วละวาง
บ้างร้องคราง เมื่อรอหน้า ว่าเบื่อจริง

แต่ที่แท้ การงาน นั้นน่ารัก
สอนให้คน รู้จัก ไปทุกสิ่ง
ถ้ายิ่งทำ ยิ่งฉลาด ไม่พลาดยิง
ได้ตรงดิ่ง สิ่งอุกฤษฏ์ คือจิตเจริญ

การงานนี้ ดูให้ดี มันน่ารัก
เป็นการชัก ธรรมะมา น่าสรรเสริญ
คือมีสติ ฉันทะ ทมะเกิน
ครั้นหยุดเพลิน จิตก็วาง ทางนิพพาน
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 5 การงานทำให้ชีวิตสดใส

คำกลอน

อันการงาน นั้นประเสริฐ ตรงที่สนุก
ยิ่งทำงาน ยิ่งเป็นสุข ทุกสถาน
ทำชีวิต ให้สดใจ ใจเบิกบาน
ในการงาน ประจำวัน นั่นเองนา

เมื่ออย่างนี้ มีแต่คน วิวลจิต
เย็นสนิท ดวงใจ ไร้โทสา
เกิดสังคม ที่อุดม ด้วยเมตตา
อยากเรียกว่า ธัมมิกะ สังคมนิยม

ผลของงาน ล้นเหลือ เผื่อแผ่ทั่ว
สัตว์ทุกตัว ใหญ่น้อย พลอยสุขสม
ทั้งเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ได้ชื่นชม
โลกระดม สุขวาง ทางนิพพาน
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 6 การงาน

คำกลอน

อันการงาน คือค่า ของมนุษย์
ของมีเกียรติ สูงสุด อย่าสงสัย
ถ้าสนุก ด้วยการงาน เบิกบานใจ
ไม่เท่าไร รู้ธรรม ฉ้ำซึ้งจริง

ตัวการงาน คือตัวการ ประพฤติธรรม
พร้อมกันไป หลายส่ำ มีค่ายิ่ง
ถ้าจะเปรียบ ก็เหมือนคน ฉลาดยิง
นัดเดียววิ่ง เก็บนก หลายพกเอยฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 7 กิเลสคุย

คำกลอน

คุยเสียดี ที่แก้ แพ้กิเลส
น่าสมเพช เตือนเท่าไหร่ ก็ไม่เห็น
ว่าเป็นทาส กิเลส อยู่เช้าเย็น
จะอวดเป็น ปราชญ์ไป ทำไมนา

ค้นธรรมะ หาทางออก อุ้มกิเลส
น่าสมเพช จริง ๆ เที่ยววิ่งหา
ตำรานี่ ตำรานั่น สรรหามา
ได้เป็นข้า กิเลสไป สมใจเอย ฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 8 จริงซี่!

คำกลอน

จริงซี ! เราบ้าบอก ธรรมกัน
เพาะเหตุ ที่ธรรมนำ โลกแล้
ห่างทุกข์ สบศุขทัน ใจอยาก
เป็นศุข ที่เที่ยงแท้ จุ่งเห็น ฯ

ธรรม, ธรรม, ธรรม ,เท่านั้น ที่สมาน
โลกนี้ โลกหน้า เย็นยิ่งน้ำ
ใครคบ เสพธรรมฐาน คู่ชีพ
ตนสุข , เมีย , ลูก , ซ้ำ สุขตาม ฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 9 บ้าดี

คำกลอน

ยิ่งทำดี จะยิ่งมี นรกมาก
ถ้าใจอยาก ดีเด่น เป็นเจ้าขรัว
ให้ผู้คนทั้งผอง ต้องยอมกลัว
คือยอมตัว อยู่ใต้ ปัญญายง;

ไม่ต้องการ มรรผล ดลนิพพาน
คงต้องการ แต่ให้ เขาช่วยส่ง
ให้ลอยลม ล่วงไป จมไม่ลง
ต้องประสงค์ แต่เท่านี้ : “บ้าดี” เอยฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 10 ช่างหัวมัน

คำกลอน

จงยืนกราน สลัดทั่ว ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น นั้นเป็นเหตุ แห่งทุกข์หนา
อย่าสำออย ตะบอยจัด ไว้อัตรา
ตัวกูกล้า ขึ้นเรือย ๆ อัดใจตาย

เรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย ลอยมาเอง
ไปบวกเบ่ง ให้เห็นว่า จะฉิบหาย
เรื่องเล็กน้อย ตะบอยเห็น เป็นมากมาย
แต่ละราย รีบเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน

เมื่อตัวก็ ลู่หลุบ ลงเท่าไร
จะเย็นเยือก ลงไป ได้เท่านั้น
รอดตัวได้ เพราะรู้ใช้ “ช่างหัวมัน”
จงพากัน หัดใช้ ไว้ทุกคน ฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 11 อย่าช่างหัวมัน

คำกลอน

อย่าบิ่นบ้า มัวแต่อ้าง ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น เกี่ยวกับเพื่อน มนุษย์หนา
ต้องเอื้อเฟื้อ ปฏิบัติ เต็มอัตรา
โดยถือว่า เป็นเพื่อน เกิด - แก่เจ็บตาย

การช่วยเหลือ เหมือนช่วย ตัวเราเอง
เมื่อจิตเพ่ง- เล็งช่วย ทวยสหาย
ย่อมลดความ เห็นแก่ตัว ลงมากมาย
ทุกทุกราย อย่าเขวี้ยวขว้าง ช่างหัวมัน

เห็นแก่ตัว บางเบา ลงเท่าไร
ยิ่งเข้าใกล้ พระนิพพาน เห็นปานนั้น
รอดตัวได้ เพราะไม่มัว ช่างหัวมัน
จงพากัน ใคร่ครวญ ถ้วนทุกคน ฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 12 ปิด –ปิด –ปิด

คำกลอน

ปิด-ปิดตา: อย่าสอดส่าย ให้เกิดเหตุ
บางประเภท แกล้งทำบอด ยอดกุศล
มัวสอดรู้ สอดเห็น จะเป็นคน
เอาไฟลน ตนไป จนใหม้พอง ;

ปิด-ปิดหู: อย่าให้แส่ ไปฟังเรื่อง
ที่เป็นเครื่อง กวนใจ ให้หม่นหมอง
หรือเร้าใจ ให้ฟุ้งซ่าน พาลลำพอง
ผิดทำนอง คนฉลาด อนาถใจ ;

ปิด-ปิดปาก: อย่าพูดมาก เกินจำเป็น
จะเป็นคน ปากเหม็น เขาคลื่นใส้
ต้องเกิดเรื่อง เยิ่นเย้อ เสมอไป
ถ้าหุบปาก มากไว้ ได้แท่งทองฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 13 เปิด –เปิด –เปิด

คำกลอน

เปิด-ปิดตา: ให้รับแสง แห่งพระธรรม
ยิ่งมืดค่ำ ยิ่งเห็นชัด ถนัดถนี่
สมาธิมาก ยิ่งเห็นชัด ถนัดดี
นี่วิธี เปิดตาใจ ใช้กันมาฯ

เปิด-ปิดหู: ให้ยินเสียง สำเนียงธรรม
ทั้งเช้าค่ำ มีก้องไป ในโลกหล้า
ล้านล้านปี ฟังให้ชัด เต็มอัตรา
คือเสียงแห่ง สุญญตา ค่าสุดใจฯ

เปิด-ปิดปาก: สนทนา พูดจาธรรม
วันยังค่ำ อย่าพูด เรื่องเหลวไหล
พูดแต่เรื่อง ดังทุกข์ได้ โดยสัจจนัย
ไม่เท่าไร เราทั้งโลก พ้นโศกแลฯ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 14 นั่งริมธาร

คำกลอน

นั่งริมธาร ครุ่นวิจาร การเกิดดับ
เปลี่ยนปุบปับ สายธาร ทะยานไหล
เกิดไอเย็น ฟ่องฟุ้ง จรุงใจ
ดับร้อนได้ โดยไม่ต้อง ลองอาบกิน

อิกทางหนึ่ง ตลึงแล แน่ใจนัก
ถ้าใครผลัก ตกลง คงแดดิ้น
กระทบก้อน หินผา ใต้วาริน
แล้วจะสิ้น ชีพไป ในวังวน

มานึกดูเปรียบดั่ง สังสารวัฏฏ์
ดูผาดๆ น่ากระหวัด ในลาภผล
ที่ซ่อนอยู่ ในทุกข์ ปลุกใจคน
ให้ยอมทน ทุกข์ยาก บากบั่นไป

จนได้เกิด แต่ตาย ในวัฏฏะ
ไม่มีสะ ใจสร่าง อย่างไหน ๆ
ใครมองเห็น จงระวัง ยั้งจิตใจ
อย่าให้ไพล่ พลัดตก นรกวน
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 15 ยาระงับสรรพทุกข์

คำกลอน

ต้น “ไม่รู้-ไม่ชี้” นี่เอาเปลือก
ต้น “ชั่งหัวมัน” นั้นเลือก เอาแก่นแข็ง
“อย่างนั้นเอง” เอาแต่ราก ฤทธิ์มันแรง
“ไม่มีกู-ของกู” แสวง เอาแต่ใบ

“ไม่น่าเอา-น่าเป็น” เฟ้นเอาดอก
“ตายก่อนตาย” เลือกเอา ลูกใหญ่ ๆ
หกอย่างนี้ อย่างละชั่ง ตั้งเกณฑ์ไว้
“ดับไม่เหลือ” สิ้งสุดท้าย ใช้เมล็ดมัน

หนักหกชั่ง เท่ากับ ยาทั้งหลาย
เคล้ากันไป เสกคาถา ที่อาถรรพ์
“สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสาย” อัน
เป็นธรรมนั้น หฤทัย ในพุทธนาม

จัดลงหม้อ ใส่น้ำ พอท่วมยา
เคี่ยวไฟกล้า เหลือได้ หนึ่งในสาม
หนึ่งช้อนชา สามเวลา พยายาม
กินเพื่อความ หมดสรรพโรค เป็นโลกอุด
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 16 นั่งเหนือเมฆ

คำกลอน

รู้สึกว่า น่าดู อยู่เหนือเมฆ
แสนวิเวก สุขใจ ดั่งในฝัน
เมื่อเมฆนอก เมฆใน ไม่พัวพัน
เป็นสุขครัน สิ่งใด ไม่มีปาน

นั่งเหนือเมฆ แล้วบางคน ยังก่นเศร้า
อะไรเล่า ติดมา ลองว่าขาน
หรือเงินทอง ติดตัง ทั้งการงาน
ก็ตามมา รังควาญ เป็นถ่านไฟ

เห็นไหมเล่า เมฆหมอก ยังหลอกลวง
ดึงใครล่วง เลยได้ ก็ไม่ไหว
ยังไม่พ้น ทุกข์ทน หม่นหมองใจ
พ้นเมฆใน จึงจะเอก วิเวกจริง

ดูป่วยการ ที่จะผ่าน เพียงเมฆกาย
ไม่ทุกข์ทน มากมาย ดอกชายหญิง
ส่วนเมฆจิต ปิดบัง ควรชังชิง
ยิ่งกว่าลิง หลอดเจ้า ทำเราเพลีย

อันเมฆกาย ที่จะกลาย เป็นเมฆจิต
ก็เพราะความ ขุ่นคิด จนจิตเสีย
ถ้ารู้เท่า ทันทั่ว ไม่งัวเงีย
หยุดนัวเนีย ก็เย็นเหลือ เหนือเมฆเอ
หมวด : การงาน
หัวข้อที่ : 17 อะไรที่ไหน

คำกลอน

อันความงาน มีอยู่ตาม หมู่ซากผี
อันความดี อยู่ที่ละ สละยิ่ง
ความเป็นพระ อยู่ที่เพียร บวชเรียนจริง
นิพพานดิ่ง อยู่ที่ตาย ก่อนตายเอยฯ
หมวด : เตือนตน
หัวข้อที่ : 18 หลักของคนทุกวันนี้

คำกลอน

ถ้าเอาเปรียบ เขาไม่ได้ ก็ว่า “ไม่ถูก”
ถ้าจูงจมูล ได้ทุกที ก็ว่า “ดีเหลือ”
ถึงวันดี เกิดมี เกลือจิ้มเกลือ
ร้องว่า “เบื่อ” โลกอะไร? ไม่เป็นธรรม

คนพวกนี้ มีโลก ของตัวเอง
ไปตามเพลง ของกิเลส ที่อุปถัมภ์
ไม่ยอมรับ อะไรหมด แม้กฏกรรม
ความเป็นธรรม นั้นคือ “ได้ ตามใจตัว”

ไกลจากสัตว์ ไปทุกที ที่ว่าเจริญ
หาส่วนเกิน มาเทิดไว้ ใส่เกล้าหัว
ใช้สงคราม ตัดสินความ ไม่คร้ามกลัว
ว่าความชั่ว จะไหม้โลก เป็นโคกไฟฯ
หมวด : เตือนตน
หัวข้อที่ : 19 ยึดมั่นมันกัด

คำกลอน

ชอบยึดมั่น ระวังมัน จะกัดเอา
เพราะความเขลา ยึดมั่น มีตัณหา
อุปาทาน กอดรัด มัดวิญญาณ์
อยู่ดีดี ก็เป็นบ้า มาทันที

ยึดสิ่งใด สิ่งนั้น แหละมันกัด
กิน,กาม,เกียรติ สารพัด กลีหรือ ศรี
หรือแม้บุตร ภรรยา และ สามี
ความชั่วดี บุญหรือบาป จงทราบกัน

แม้รสสุข ที่อร่อย อยู่กับใจ
ชั่นที่อร่อย แน่นิ่งไป, ถ้ายึดมั่น
จะกลายเป็น ยักษา ขึ้นมาพลัน
แล้วห้ำหั่น กัดเอา อย่าเขลา
หมวด : เตือนตน
หัวข้อที่ : 20 บาปใหญ่-บาป

คำกลอน

คิดว่าดี กว่าเขา ซิเราแย่
มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่บาปใหญ่
ส่วนตัวเอง บาปลึก นึกให้ไกล
มันบาปเบา อยู่เมื่อไร ให้นึกดู

เขาติดซ้าย, เราติดขวา, ถ้ามานึก
มันยังติด เหลือลึก กันทั้งคู่
แม้ติดซ้าย เลวกว่า ไม่น่าดู
แต่ติดขวา มันก็หรู อยู่เมื่อไร

มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่ยังเลว
ส่วนตัวเอง ก็ยังเหลว ไม่ไปไหน
เฝ้าเกลียดซ้าย รักขวา เป็นบ้าใจ
มันก็ไฟล่ พลัดห่าง ทางนิพพานฯ

ค้นพบหัวข้อธรรมทั้งหมด 183/183 หัวข้อธรรม
แสดงหัวข้อธรรมหน้าละ 20 หัวข้อธรรม ขณะนี้คุณอยู่หน้าที่ 1/10
|<หน้าแรก    <ก่อนหน้านี้    หน้าต่อไป>    หน้าสุดท้าย>|
หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

 
 
 
 
 
 
 
 

ขณะนี้มีคน Online อยู่  235 คน